Education for Success logo

Explorer posts by categories

สร้างแอป To-do list สำหรับมือถือ Android ด้วยตนเอง

สร้างแอป To-do list สำหรับมือถือ Android ด้วยตนเอง

สร้างแอป To-do list สำหรับมือถือ Android ด้วยตนเอง

พัฒนา skills ด้านคอมพิวเตอร์ ลองสร้างแอป “To-do list” บน Android ของคุณเองตามขั้นตอนง่ายๆ โดยจะใช้ Kotlin, Android Studio และ Jetpack Compose ซึ่งเป็นเครื่องมือในการพัฒนา Android ล่าสุดในปัจจุบัน


1. เตรียมสภาพแวดล้อม (Setup Environment)

  1. ติดตั้ง Android Studio

    • ดาวน์โหลด Android Studio เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งเป็น IDE อย่างเป็นทางการของ Google สำหรับการพัฒนาแอป Android
    • ติดตั้งและทำตามขั้นตอนที่ปรากฏ ก่อนเปิดโปรแกรม
  2. ตั้งค่า SDK

    • เมื่อเปิด Android Studio ครั้งแรก ระบบจะถามให้ติดตั้ง Android SDK หรือแพ็กเกจที่จำเป็น
    • ติดตั้งเวอร์ชัน Android ที่ต้องการใช้งาน
  3. ตั้งค่า Emulator

    • หากไม่มีสมาร์ตโฟนสำหรับทดสอบหรือไม่สะดวก สามารถใช้ Android Virtual Device (AVD) ใน Android Studio เพื่อจำลองอุปกรณ์เสมือน

เคล็ดลับ: ควรใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหน่อยในการดาวน์โหลด เพราะไฟล์มีขนาดค่อนข้างใหญ่


2. ทำความรู้จักภาษา Kotlin

  1. ทำไมต้อง Kotlin?

    • Kotlin เป็นภาษาที่ Google แนะนำอย่างเป็นทางการสำหรับพัฒนาแอป Android
    • มีความกระชับ ใช้งานง่าย และมีฟีเจอร์สมัยใหม่
    • ศึกษาเพิ่มเติม Kotlin for Android development
  2. แนวคิดพื้นฐานที่ควรรู้

    • ตัวแปร (val และ var), ฟังก์ชัน, โครงสร้างควบคุม (if-else, loops)
    • การเขียนเชิงวัตถุ (OOP) เช่น คลาส (Class) และอ็อบเจกต์ (Object)
    • ศึกษาเพิ่มเติม Kotlin Basic Syntax

สำหรับมือใหม่: สามารถฝึกเขียน Kotlin เบื้องต้นได้ที่ Kotlin Playground เพื่อทำความคุ้นเคยก่อน


3. รู้จักกับ Jetpack Compose

  1. Jetpack Compose คืออะไร?

    • เป็นวิธีการสร้าง UI บน Android รุ่นใหม่ โดยไม่ต้องใช้ไฟล์ XML แบบเดิม
    • ใช้ภาษา Kotlin จึงสะดวกสำหรับการพัฒนา UI แบบ Declarative ที่อ่านและแก้ไขได้ง่าย
  2. แนวคิดหลักของ Compose

    • Composable Functions (@Composable): ฟังก์ชันที่ใช้กำหนดหน้าตา UI
    • State: จัดการข้อมูล (data) เมื่อเปลี่ยนแปลงแล้ว UI จะอัปเดตตามอัตโนมัติ
    • Previews: สามารถดูตัวอย่าง UI ได้ทันทีใน Android Studio โดยไม่ต้องรันแอปทั้งตัว

4. สร้างโปรเจกต์ Android ใหม่

  1. เริ่มต้นที่ Android Studio

    • คลิก New Project > เลือก Empty Compose Activity (หรือ Compose Activity ตามเวอร์ชันของ Android Studio)
  2. ตั้งชื่อโปรเจกต์และแพ็กเกจ

    • เช่น com.yourname.mytodolist
  3. เลือกภาษา Kotlin

    • โดยทั่วไปจะถูกตั้งค่าเป็น Kotlin อยู่แล้ว
  4. Finish

    • เมื่อเสร็จสิ้น คุณจะพบไฟล์ตัวอย่าง เช่น MainActivity.kt พร้อมโค้ด ‘Hello World!’ และการตั้งค่า Jetpack Compose ในไฟล์ Gradle

5. ออกแบบ UI ของแอป To-do List

เป้าหมาย: แสดงรายการงาน (tasks) และให้ผู้ใช้เพิ่มหรือลบรายการได้

  1. Main Screen Layout (Jetpack Compose)

    @Composable
    fun ToDoScreen() {
    Column {
    Text(text = "My To-Do List", style = MaterialTheme.typography.h4)
    // ช่องใส่ข้อความเพื่อเพิ่มงานใหม่
    // รายการ (List) แสดงงานทั้งหมดที่มี
    }
    }
  2. Text Field (ช่องกรอกข้อมูล Task ใหม่)

    var newTaskText by remember { mutableStateOf("") }
    TextField(
    value = newTaskText,
    onValueChange = { newValue -> newTaskText = newValue },
    label = { Text("Add a new task") }
    )
  3. ปุ่ม Add Task

    Button(onClick = {
    // โค้ดเพิ่มรายการงานใหม่เข้าไปใน list
    }) {
    Text("Add Task")
    }
  4. รายการ Tasks (Task List)

    LazyColumn {
    items(taskList) { task ->
    Text(text = task)
    }
    }
    • taskList อาจเป็น List<String> หรืออาจใช้คลาสเฉพาะเพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียดมากขึ้น

6. จัดการข้อมูลและ State

เป้าหมาย: รักษาข้อมูลของรายการงาน (tasks) ที่ผู้ใช้เพิ่มเข้ามา

  1. เลือกใช้ ViewModel หรือ State อย่างง่าย

    • สำหรับแอปขนาดเล็ก อาจใช้ remember { mutableStateOf(...) } ในคอมโพส (Composable) หลัก
    • หากแอปเติบโต ควรใช้ ViewModel จาก androidx.lifecycle เพื่อแยกการจัดการข้อมูลให้ง่ายขึ้น
  2. เปลี่ยนแปลง State

    • เมื่อผู้ใช้กด “Add Task” ให้เพิ่มรายการใน taskList
    • UI จะอัปเดตอัตโนมัติเนื่องจาก Compose ใช้แนวคิด Reactive
  3. ทำเครื่องหมาย Task ที่ทำเสร็จแล้ว

    • เก็บ tasks เป็นอ็อบเจกต์ที่มีสถานะ เช่น isDone
    data class Task(val description: String, val isDone: Boolean = false)
    • เพิ่ม Checkbox หรือตัวเลือกว่า Task นั้นทำเสร็จแล้วหรือไม่

7. การจัดเก็บข้อมูล (Local Storage)

เป้าหมาย: เก็บรายการงานให้คงอยู่ แม้ว่าจะปิดแอปแล้วก็ตาม

  1. SharedPreferences (ตัวเลือกที่ง่าย)

    • เก็บรายการในรูปแบบ JSON string แล้วบันทึกใน SharedPreferences
    • เหมาะกับข้อมูลไม่ซับซ้อนมาก
  2. Room Database (แนะนำ)

    • Room เป็น ORM ทางการของ Android (อยู่ใน Jetpack)

    • สร้าง Entity และ DAO พร้อม Database

    • ตัวอย่าง

      @Entity
      data class TaskEntity(
      @PrimaryKey(autoGenerate = true) val id: Int = 0,
      val description: String,
      val isDone: Boolean
      )
  3. อัปเดต UI

    • เมื่อมีการเพิ่ม/อัปเดต/ลบในฐานข้อมูล UI ที่สังเกต (observe) อยู่จะเปลี่ยนแปลงเองอัตโนมัติ

8. ผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันใน MainActivity

  1. ใช้ ViewModel

    • สร้างหรือเริ่มต้นฐานข้อมูลใน MainActivity
    • ส่งต่อ ViewModel ไปยัง Composable
  2. สังเกตการเปลี่ยนแปลง (Observe Changes)

    • ถ้าใช้ LiveData หรือ Flow จาก Room ให้ Compose subscribe เพื่ออัปเดต UI ทันที

9. ทดสอบแอปและดีบัก (Testing & Debugging)

  1. รันบน Emulator

    • กดปุ่ม “Run” ใน Android Studio แล้วเลือก AVD ที่สร้างไว้ เพื่อดูผล
  2. ทดสอบบนสมาร์ตโฟนจริง (ทางเลือกที่ดี)

    • เปิด “USB debugging” บนมือถือ
    • เสียบสาย USB กับคอมพิวเตอร์ แล้วเลือกอุปกรณ์ใน Android Studio
  3. แก้ปัญหาเบื้องต้น

    • หากแอปล่มตอนเปิด ลองตรวจสอบ Gradle sync หรือ dependency ในไฟล์ build.gradle
    • ดูข้อความ Logcat เพื่อหาสาเหตุของ Error

10. ปรับแต่ง (Polish & Expand)

  1. ปรับปรุง UI

    • ใช้ Material Components อย่าง Card, Checkbox หรือเปลี่ยนธีม (Theme) ให้น่าใช้ยิ่งขึ้น
  2. ระบบหมวดหมู่ (Task Categories)

    • แบ่งงานออกเป็นหมวดหมู่ หรือเพิ่มวันสิ้นสุด (deadline)
    • แสดงเป็น tab แยกหรือหลายรายการ
  3. ใส่แอนิเมชัน (Animations)

    • Jetpack Compose มี API สำหรับทำแอนิเมชันเพื่อให้ UI ดูลื่นไหลและน่าสนใจ

11. Deployment

  1. สร้าง APK

    • ไปที่ Build > Build Bundle(s)/APK(s) > Build APK(s) ใน Android Studio
    • สามารถนำไฟล์ APK ที่ได้ไปติดตั้งหรือแชร์ให้ผู้อื่นได้
  2. เผยแพร่ (ถ้าต้องการ)

    • หากต้องการอัปขึ้น Google Play Store ให้ศึกษาคู่มือใน Google Play Console
  3. เรียนรู้ขั้นสูง

    • เชื่อมต่อกับ Backend บนคลาวด์ (เช่น Firebase)
    • รองรับการแจ้งเตือน (Push Notifications) สำหรับแจ้งเตือนงาน
    • สำรวจส่วนเฉพาะทางของ Jetpack Compose เช่น การจัดธีม (theming) และการทำแอนิเมชันขั้นสูง

สรุปขั้นตอนสร้างแอป

  1. ติดตั้ง Android Studio และ Kotlin
  2. ศึกษา Jetpack Compose (Composables, State)
  3. วางแผน Data Model (List ง่าย ๆ หรือใช้ Room สำหรับข้อมูลที่ซับซ้อน)
  4. สร้าง UI: ช่องรับข้อความ + รายการ Task + ปุ่ม Add
  5. จัดการ State: เพิ่ม/ลบรายการจาก list เมื่อผู้ใช้โต้ตอบ
  6. บันทึกข้อมูล (SharedPreferences หรือ Room)
  7. ทดสอบ & Debug บน Emulator หรือบนมือถือจริง
  8. ปรับแต่ง & ขยาย (เพิ่มฟีเจอร์, แอนิเมชัน, UX/UI)
  9. เผยแพร่: สร้าง APK และแชร์หรือลง Play Store

ทำตามขั้นตอนด้านบน คุณจะได้แอป To-do list บน Android ที่ทำงานได้จริง และระหว่างทางคุณก็จะได้เรียนรู้พื้นฐานการพัฒนาแอปบน Android อย่างเต็มรูปแบบ ขอให้สนุกและลองปรับแต่งโปรเจกต์นี้เพิ่มเติมเพื่อฝึกฝนทักษะของคุณ!

profile image of Saifa

Saifa

สายฟ้า (Sai Fa) is a writer based in Bangkok. He's interested in all things tech, science, photography, and games related.

Read all posts of Saifa