Education for Success logo

Explorer posts by categories

Blockchain คืออะไรและสำคัญอย่างไร

Blockchain คืออะไรและสำคัญอย่างไร

Blockchain คืออะไรและสำคัญอย่างไร

วันนี้เรามาคุยกันแบบมันส์ๆ ในหัวข้อ “Blockchain คืออะไรและสำคัญอย่างไร” อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนีนะครับ เพราะถ้าฟังๆ ดูอาจเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นเทคโนโลยีขั้นเทพเกินไป แต่จริงๆ แล้ว บทความนี้จะเล่าให้เข้าใจง่ายๆ สไตล์เพื่อนคุยกันนี่แหละ

1. Blockchain คืออะไร?

ลองนึกภาพสมุดบันทึกปกน้ำเงินเล่มใหญ่ ที่เราเอาไว้จดทุกธุรกรรมหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่แทนที่จะวางสมุดเล่มนี้ไว้มุมห้อง เรากลับกระจายหน้ากระดาษ (หรือบล็อก) ไปตามคอมพิวเตอร์หลายๆ เครื่อง แล้วบล็อกแต่ละบล็อกก็โยงต่อกันเป็นโซ่ หรือ “เชน” ทำให้เกิด “บล็อกเชน” นั่นเอง

  • Block: แต่ละบล็อกก็เหมือนหนึ่งหน้าสมุด รวบรวมข้อมูลธุรกรรม หรือข้อมูลอะไรก็แล้วแต่
  • Chain: บล็อกแต่ละบล็อกเชื่อมต่อกับบล็อกก่อนหน้า เกิดเป็นโซ่ยาวๆ ที่ยากจะตัดแปลงแก้ได้โดยง่าย

พอบันทึกข้อมูลลงบล็อกเชนแล้ว การจะแก้ไขทีหลังไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถ้าแก้แล้วคนอื่นเขาจะจับได้ในทันที แบบโดนจับโป๊ะแตกไปเลย อย่าลืมว่ามีอีกคอมพิวเตอร์อีกหลายเครื่องก็มีข้อมูลเดิมของสมุกหน้านี้เช๋นกัน เราเลยเรียกว่า “ข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนแปลง” หรือ immutable นั่นเอง


2. ระบบกระจายศูนย์ (Decentralization) บนเครือข่าย P2P

เว็บไซต์หรือแอปทั่วไป มักจะมีเซิร์ฟเวอร์กลางคอยเก็บข้อมูล เราเรียกว่าระบบ รวมศูนย์ Centralized servers ถ้าเซิร์ฟเวอร์ล่มขึ้นมา เวลานั้นเราก็จะใช้งานไม่ได้ แต่บล็อกเชน (Blockchain) ไม่ได้มีเพียงเซิร์ฟเวอร์เดียว เพราะเขาใช้เครือข่ายของคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เชื่อมกันแบบ P2P (Peer-to-Peer Networks) ที่มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง (Nodes) มาช่วยกันยืนยันข้อมูล

ประโยชน์ของ Decentralization บนเครือข่าย P2P คือ

  • ไม่มีใครคนเดียวที่ “มีอำนาจใหญ่” หรือ “ควบคุม” ทุกอย่างได้
  • ระบบเลยแข็งแกร่ง ไม่พังง่าย
  • ลดโอกาสจะโดนใครคนใดคนหนึ่งดักแปลงข้อมูลตามใจชอบ

3. การเข้ารหัสและความปลอดภัย (Encryption and Security)

พูดถึงความปลอดภัยของข้อมูล บล็อกเชนก็ต้องพึ่งพา “คริปโตกราฟี” (Cryptography) ด้วยนะ ซึ่งเป็นศาสตร์การเข้ารหัสให้ข้อมูลมีความปลอดภัย

  • Hashing: เอาข้อมูลไปใส่สูตร (Hash Function) แล้วได้ข้อความประหลาดๆ ออกมาใช้เป็นรหัสรับรองของข้อมูลนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนข้อมูลเพียงนิดเดียว จะเกิดรหัสรับรองเลขใหม่ เป็นเทคนิคการตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับว่าถูกต้องจริงไหม จับโกหกได้ง่ายเวอร์
  • Encryption: เป็นการเข้ารหัสข้อมูลไว้ เพื่อปิดบังเนื้อหาข้อมูล ใครไม่มีคีย์ถอดรหัส (Key) ก็ไม่สามารถถอดข้อความได้ จะเห็นเพียงข้อความที่อ่านไม่ออก

พอมีสองสิ่งนี้มาช่วย ถ้าใครบังอาจจะแฮกหรือแก้ข้อมูลในบล็อก ระบบทั้งเครือข่ายก็จะรู้หมด เพราะมันขัดกับ Hash ที่เคยบันทึกไว้นั่นเอง


4. กลไกการทำงานร่วมกัน (Consensus Mechanisms)

ปกติเวลาจะตัดสินว่าธุรกรรมไหนถูกต้อง เราต้องมี “ส่วนกลาง” มาชี้ขาด แต่ในบล็อกเชน เขาให้ทุกโหนดในเครือข่ายจะต้องตกลงกันเอง ผ่านกระบวนการที่เรียกว่ากลไกฉันทามติ หรือ Consensus Mechanism เช่น

  • Proof of Work (PoW): คอมฯ แต่ละเครื่องแข่งแก้โจทย์เลขสุดซับซ้อน ใครแก้ได้ก่อน จะได้สิทธิ์เพิ่มบล็อกใหม่ และรับรางวัลไป หรือที่เราเรียกว่า “ขุดบิทคอยน์” (Bitcoin mining)
  • Proof of Stake (PoS): ไม่ต้องแก้โจทย์ แต่ใครมีเหรียญคริปโตมากกว่าก็มีโอกาสถูกเลือกให้ยืนยันธุรกรรมได้มากกว่า

ไม่ว่าจะวิธีไหน จุดประสงค์คือขจัดคนควบคุมกลาง (Central Authority) ออกไป แล้วให้เครือข่ายยอมรับร่วมกันเอง


5. เอาไปใช้งานจริงได้ยังไงบ้าง (Real-World Applications)

ใครนึกถึงบล็อกเชนแล้วเห็นแต่บิทคอยน์ ต้องบอกว่าตอนนี้ หลายเทคโนโลยีใช้งานมันไปได้ไกลกว่านั้นเยอะแล้ว

  1. ติดตามสินค้าตั้งแต่โรงงานถึงชั้นวางของ (Supply Chain Tracking): รู้หมดว่าสินค้ามาจากไหน ผลิตยังไง ส่งมาขายเมื่อไหร่
  2. การจัดเก็บข้อมูลทางการแพทย์: จัดเก็บข้อมูลการรักษาอย่างปลอดภัยและโปร่งใส แถมคนไข้ก็มีสิทธิ์คุมข้อมูลตัวเอง
  3. บัตรประชาชนหรือใบรับรองแบบดิจิทัล: ใครจะปลอมวุฒิหรือสูติบัตรล่ะ โป๊ะแตกไวแน่นอน และสะดวกในหารเรียกดูข้อมูล ป้องกันการสูญหาย
  4. DeFi (Decentralized Finance): การเงินแบบไม่ง้อธนาคาร ทำให้เกิดสินเชื่อหรือการออมเงินและแลกเปลี่ยนแบบ P2P ได้

6. ทำไมเราถึงควรสนใจ (Why You Should Care)

บางครั้งพวกเราอาจยังไม่ได้ใช้บล็อกเชนในชีวิตประจำวัน แต่เรียนรู้ไว้ก่อนย่อมดีครับ ยกตัวอย่างเช่น

  • โอกาสใหม่ๆ ในอนาคต: ตลาดแรงงานที่เกี่ยวกับบล็อกเชนโตเร็วมาก คนเขียนโปรแกรม, นักวิเคราะห์, หรือ Project Manager ก็มีโอกาสทั้งนั้น
  • ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์: อุตสาหกรรมเก่าๆ อย่างแบงก์หรืออสังหา ก็อาจถูกปฏิวัติให้มีความโปร่งใสมากขึ้น ความเร็ว แล้วป้องกันการโกงขึ้น (Reducing fraud)
  • เรียนรู้เรื่องความปลอดภัย: เข้าใจการเข้ารหัสต่างๆ ได้ ก็เอาไปใช้กับการปกป้องข้อมูลส่วนตัวหรือประยุกต์ใช้กับอย่างอื่นๆ ได้
  • ฝึกคิด: ได้รู้จักและเข้าใจระบบกระจายศูนย์กับระบบรวมศูนย์ (Decentralized model versus a Centralized model) แล้วตั้งคำถามว่า “อินเทอร์เน็ต” และ “การเป็นเจ้าของข้อมูล” ในอนาคตควรเป็นแบบไหนกันแน่

7. อุปสรรคและข้อจำกัด (Challenges and Limitations) ของ Blockchain

แน่นอนครับ เทคโนโลยีไหนก็มีข้อดีข้อเสีย บล็อกเชนก็เช่นกัน

  1. ใช้พลังงานสูง: อย่างการใช้ Proof of Work นั้นสิ้นเปลืองไฟเยอะสุดๆ ขุดเหรียญกันจนสูญเสียพลังงานไฟฟ้าจะเกิดปัญหาในหลายพื้นที่ในต่างประเทศ
  2. ขยายขนาดยาก (Scalability issue): เมื่อข้อมูลที่เก็บมีเยอะขึ้น โหนดทุกเครื่องต้องเก็บครบทุกข้อมูล หรือถ้าผู้ใช้งานในขณะนั้นมากขึ้นจนเกิดการแออัด ส่งผลให้ธุรกรรมช้าหรือค่าธรรมเนียมแพง
  3. กฎระเบียบยังไม่ชัดเจน (Legal issues): แต่ละประเทศมีการจัดการคริปโตต่างกัน บางที่ก็เปิดกว้าง บางที่เข้มงวดสุดๆ

แต่วงการ (The community) นี้ก็ไม่ได้อยู่เฉยนะครับ พยายามหาทางพัฒนาเพื่อลดการใช้พลังงาน หรือปรับปรุงด้านเทคนิคต่างๆ เพื่อใช้งานได้ดีขึ้น


8. อยากรู้มากกว่านี้ ทำไงดี? (Resources to Dive Deeper)

ใครเริ่มคันมือ อยากศึกษาต่อแนะนำเลย มีหลายช่องทางให้ต่อยอดความรู้เพิ่มความเข้าใจ

  • YouTube มีสอนเพียบ ตั้งแต่ระดับมือใหม่ยันกูรู
  • คอร์สออนไล์ Coursera blockchain, edX blockchain, หรือ Udemy blockchain มีคอร์สสอนพื้นฐานโดยผู้เชี่ยวชาญ
  • ชุมชนนักเขียนโค้ด GitHub มีโปรเจกต์เกี่ยวกับบล็อกเชนให้ลองเล่น ถ้าอยากเจาะลึกเรื่อง Smart Contract ลองภาษาที่ชื่อ Solidity
  • ชุมชน Reddit (r/CryptoTechnology) หรือเว็บบอร์ดเฉพาะทางต่างๆ จะมีเพื่อนคอเดียวกันคอยช่วยตอบคำถาม

สรุปภาพรวมของเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)

สรุปแล้ว “blockchain คืออะไรและสำคัญอย่างไร” น่ะเหรอ เป็นเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนการจัดเก็บและแชร์ข้อมูลแบบพลิกฝ่ามือ แถมยังทำให้ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียงกับข้อมูลของตัวเองมากขึ้น ถึงแม้วันนี้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง เช่น เรื่องพลังงาน กฎข้อบังคับ หรือการขยายระบบ แต่มีกลุ่มคนที่ก็ยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด สำหรับน้องๆ มัธยมที่ได้ลองศึกษาเรื่องนี้แล้ว ก็มีลุ้นได้สร้างอะไรใหม่ๆ หรือนำมันไปใช้กับงานในอนาคตแบบเทพๆ กันได้เลย ถ้าพร้อมแล้ว ก็ลุยเลยครับ!

โลกของบล็อกเชนรอให้เราไปปลดล็อกอยู่!

profile image of Saifa

Saifa

สายฟ้า (Sai Fa) is a writer based in Bangkok. He's interested in all things tech, science, photography, and games related.

Read all posts of Saifa